AE. Racing Club
10 มีนาคม 2569 05:49:49 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ระวัง “แผลกดทับ” ในผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารสายยาง !  (อ่าน 7 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
siritidaporn
มือใหม่หัดซิ่ง
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 97


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 07 มีนาคม 2569 20:04:20 »

ระวัง “แผลกดทับ” ในผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารสายยาง !

"แผลกดทับ" กับ "ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายยาง" เป็นของคู่กันที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดครับ เพราะนอกจากแผลที่เกิดจากการนอนติดเตียงแล้ว ตัว "สายยาง" เองก็สามารถทำให้เกิดแผลกดทับในจุดที่คาดไม่ถึงได้เช่นกัน

นี่คือจุดเสี่ยงและวิธีป้องกันแผลกดทับสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ครับ

1. แผลกดทับ "จากตัวสายยาง" (Device-Related Pressure Injury)

จุดนี้มักถูกมองข้าม แต่สร้างความเจ็บปวดและเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง:

บริเวณปีกจมูกและรูจมูก (สำหรับสาย NG): หากดึงสายตึงเกินไป หรือแปะพลาสเตอร์ตำแหน่งเดิมซ้ำๆ สายจะกดเนื้อเยื่อจนบุ๋มและกลายเป็นแผลลึก

วิธีแก้: เปลี่ยนตำแหน่งการแปะพลาสเตอร์ทุก 1-2 วัน ให้สาย "ลอย" ไม่กดเบียดข้างจมูก

บริเวณรูหน้าท้อง (สำหรับสาย PEG): หากตัวล็อค (External Bolster) แน่นเกินไป จะกดผิวหนังรอบรูเจาะจนเน่า

วิธีแก้: ปรับตัวล็อคให้พอดี (ควรสอดนิ้วก้อยเข้าไปได้) และหมุนสายยางวันละรอบเพื่อไม่ให้สายติดแน่นกับเนื้อเยื่อ


2. แผลกดทับ "จากการนอน" (Bedsores)

ผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยางมักเคลื่อนไหวเองไม่ได้ จึงเสี่ยงต่อแผลกดทับที่ ก้นกบ ส้นเท้า และสะบัก

ปัจจัยเสี่ยง: ภาวะทุพโภชนาการ (ได้รับโปรตีนไม่พอ) ทำให้ผิวหนังบางและแผลหายยาก

ความชื้น: การถ่ายเหลวหรือปัสสาวะเล็ด (ซึ่งพบบ่อยในผู้ป่วยให้อาหารสายยาง) ทำให้ผิวหนังเปื่อยและเกิดแผลได้ง่ายขึ้น


⚠️ สัญญาณเตือนที่ต้องรีบจัดการ

รอยแดงที่ไม่จางหาย: เมื่อกดลงไปบนรอยแดงแล้วสีไม่ขาวขึ้น แสดงว่าเริ่มเกิดแผลกดทับระยะที่ 1

ผิวหนังรอบสายหน้าท้องบวมแดง: อาจมีการติดเชื้อหรือสายกดทับนานเกินไป

มีกลิ่นเหม็นหรือน้ำเหลืองซึม: ออกจากบริเวณรูที่ใส่สายยาง


💡 เคล็ดลับ

การเลือกใช้ "พลาสเตอร์ชนิดอ่อนโยน" (เช่น แผ่นแปะแบบไฮโดรคอลลอยด์หรือพลาสเตอร์กระดาษ) จะช่วยลดการดึงรั้งผิวหนังรอบจมูกได้มากครับ และหากผู้ป่วยมีแผลกดทับที่ก้นอยู่แล้ว การเสริม "โปรตีนไข่ขาว" ลงในมื้ออาหาร (ถ้าไม่มีโรคไต) จะช่วยให้แผลตื้นขึ้นได้อย่างรวดเร็วครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!